วันพุธที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2553

สยองขวัญ

เรื่อง ฝรั่งเจอนางตะเคียนที่เสาตกน้ำมัน...

     ใครจะไปคิดล่ะว่า เกิดมาทั้งที จะมีโอกาสได้เจอผีกับเขา โอ๊ย! ไม่ต้องแหกอก ปลิ้นตาหลอก ขนาดในหนังหรอกนะ แค่ที่เจอจะจะเนี่ยหัวใจก็จะวายแล้ว ผมบนหัวจะชี้ตั้งอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้เจลทาผมชนิดแข็งพิเศษหรอก เปลืองตังค์เปล่าๆ เรื่องมันก็มีอยู่ว่า สมัยโน้น ตั้งแต่ 40 ปีมาแล้ว ช่วงนั้นจะมีทหารอเมริกันมาตั้ง ฐานทัพในไทย และละแวกบ้านที่อยู่ ก็มีบ้านให้ฝรั่งเช่าอยู่กับเมียคนไทย บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ใต้ถุนโล่ง เป็นลานดิน ชั้นบนก็มีอยู่ 3 ห้องนอน แต่ห้องกลางนี่สิ มีอะไรพิเศษไม่เหมือน   ชาวบ้านเขาล่ะ ก็พิเศษสุดตรงเสาตกน้ำมันนี่แหละ เฮี้ยนดีนัก ฝรั่งก็ฝรั่งเถอะ เจอผีสาวไทย เข้าไปแล้วเป็นไงล่ะ
   เชื่อมั้ยล่ะว่ามีผีจริง อ๊ะ อ๊ะ! อย่าลบหลู่เชียวนะ ท่านผู้อ่าน ของอย่างนี้ไม่เจอกับตัวเอง ว่ากันไม่ได้หรอกนะท่าน วันหนึ่ง นายฝรั่งคนนี้ก็นอนหลับ พักผ่อนอยู่ในห้องนอน ก็ห้องที่มีเสาตะเคียนตกน้ำมันนั่นแหละค่ะ ขณะกำลังเคลิ้มๆ ก็เห็นสาวสวยนางหนึ่ง ผมยาวประหลัง แต่งองค์ทรงเครื่องก็ไม่เหมือนคนในสมัยนี้ เอาเสียเลย นางเดินออกมาจากเสาต้นนั้น แล้วมาหยุดที่เตียงนายฝรั่ง แล้วก็พูด กับนายฝรั่งคนนี้ว่า ชอบนายฝรั่งคนนี้มาก แล้วก็ก้มลงจูบนายฝรั่งคนนี้อย่างแสนรักและดูดดื่ม ซึ่งอิฉันเอง ก็ไม่ทราบว่าจะมีตอนต่อไปอย่างไร เพราะคนเล่าเอง ก็คงจะเมื่อยปากที่จะเล่าต่อ ก็จะไม่เมื่อยได้ยังไงกันล่ะคะ ก็พ่อฝรั่งคนนี้โดนนางตะเคียนจูบ จนปากเบี้ยวผิดรูปซะขนาดนั้นน่ะ เฮ้อ เห็นแล้วก็สงสารพ่อฝรั่งนายนี้จัง เสน่ห์แรงนัก จนนางตะเคียนอดที่จะหลงรักไม่ได้ ก็ลำบากแม่อิฉันล่ะค่ะ ที่ต้อง ไปดั้นด้นค้นหาพ่อหมอมาทำพิธีไสยศาสตร์ แก้ให้นายฝรั่งคนนี้หายปากเบี้ยวผิดรูปเสียทีและก็ทำพิธีลงยันต์คาถาอาคมแปะไว้ ที่เสาตกน้ำมันต้นนั้นซะ เพื่อความสบายใจของผู้อยู่ แต่ก็ยังไม่ยอมไปไหนนะคะ ยังคงมาโผล่ วับๆ แวมๆ ให้นายฝรั่งคนนี้ ต๊กกะใจเล่นๆ งั้นแหละ จนในที่สุด นายฝรั่งคนนี้ ทนพิษรักที่นางตะเคียน ตกน้ำมันตนนี้มีต่อตัวเองไม่ไหว ก็เลยอัปเปหิตัวเองออกไปจากบ้านหลังนั้น ซะเลย หนุ่มๆ แก่ๆ แถวบ้านอิฉันน่ะ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ชักอยากจะเจอ นางตะเคียนตนนี้เสียแล้วสิ พูดง่ายๆ ก็คือ อยากลองของนั่นแหละค่ะ แต่แหม อิฉันเอง ก็ไม่ได้ปากพล่อยหรืออยากจะลองของ ลองดีอะไรกับแม่ตะเคียนเล้ย..ย! ทำไม ถึงคิดเอ็นดูเด็กๆ อย่างอิฉันได้ก็ไม่รู้สิ ปกติทุกคืน อิฉันจะลุกมาเข้า ห้องน้ำเพื่อทำธุระหนักเบา
   คืนนั้นน่ะ ดึกโขอยู่ อิฉันเองปวดฉี่มาก ก็เปิดประตู ห้องนอน เพื่อจะไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ถัดไป แถวชานบ้าน ซึ่งอยู่ติดๆ กับบ้านนายฝรั่ง ที่โดนจูบจนปากบิดเบี้ยวนั่นแหละ เดินไปห้องน้ำอย่างงัวเงีย แต่ก็ยังมีสติสตังอยู่บ้าง ว่าเป็นคืนที่ดวงจันทร์เต็มดวงส่องแสงกระจ่างทั่วฟ้า ช่างงดงาม เพราะดึกมากแล้ว แต่จะเป็นวันพระด้วย หรือเปล่าเนี่ย! อิฉันเองก็ไม่แน่ใจนะคะ กลิ่นดอกไม้ที่ปลูกไว้หลังบ้านก็แข่งกัน ส่งกลิ่นหอมเสียจนเวียนหัว แต่ก็ชื่นใจนะคะ ลมก็พัดพอเย็นๆ ให้สบาย และก็ เข้าบรรยากาศดึกๆ ดีนัก แต่ตอนที่ จะเอื้อมมือปิดประตูห้องนอนสิคะ ไอ้ลูกกะตาเจ้ากรรมก็หันไปมองชานบ้าน ที่อยู่ติดกับบ้านที่มีนางตะเคียนอยู่หลังนั้นสิคะ อุ๊ยตาย! สาบานได้นะเจ้าคะ ว่าอิฉันไม่ได้ตาฝ้าฟางหรือง่วงนอนจนตาลาย ก็ผู้หญิงสาวสิคะ นั่งอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์ ที่สว่างกระจ่างแจ้งออกจะปานนั้น นุ่งผ้าแบบหญิงไทยโบราณ ห่มสไบเฉียง เปิดไหล่ที่ขาวผ่อง  ผมดำขลับที่ยาว ถึงกลางหลัง น่าเอาไปโฆษณายาสระผมดีนัก เพราะผมสวยเหลือเกิน กับท่วงท่าที่ขยับมือ ใช้หวีทองหวีผมตัวเองอย่างช้าๆ  นั่นแหละ ทำให้ดิฉันมั่นใจกว่า 100% เสียอีกว่า ใช่แล้ว ใช่แน่ๆ เลย อีกทั้งร่างกายของอิฉันก็มีปฏิกิริยาตอบรับ กับการเห็นครั้งนี้อย่างชัดเจน เพราะเย็นวาบตั้งแต่ปลายนิ้วเท้าไล่ลามมาจนขนแขน สแตนด์ อัพ และไปหยุดอยู่ที่ศีรษะ ก็แค่ ขนหัวลุกเฉยๆ ล่ะค่ะ โชคดีที่ผมไม่ชี้ตั้ง เพราะความตกใจที่เจอนางตะเคียนแสนสวยเข้าให้ อิฉันยืนตะลึงค้างอยู่อย่างนั้นครู่นึง ก็เรียกสติกลับมา รีบปิดประตูห้องนอนปึงปัง โครมครามจนพี่มันดุเอา ก็เลยบอกพี่ว่า ฉันเจอผีหลอก ไว้พรุ่งนี้ค่อยเล่าก็แล้วกัน ตอนนี้ขอนอนคลุมโปงก่อนนะ ฮือ ฮือ นางตะเคียนใจร้าย มาหยอกฉันเล่นทำไมก็ไม่รู้ ไม่เห็นจะชอบเลย
   ตื่นเช้ามานะ รีบเล่าให้พ่อกับแม่ฟัง ท่านก็เลยซักรายละเอียด จึงถึงบางอ้อ! ว่า ตัวเองทำไม่ดีไว้ เป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เอง (ไม่บอกหรอกว่าทำอะไร เค้าอายนะตัว) แม่นางตะเคียนเลยมาอบรม มาเตือน ด้วยความเอ็นดูเล็กๆ น้อยๆ และเตือนสติ เราด้วย อิฉันก็เลยเอาดอกไม้ ธูป เทียน ไปขอขมาต่อท่านซะเลย สัญญาว่าจะไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว หลังจากนั้น ก็ไม่เจอ นางตะเคียนอีกเลย แล้วก็ไม่อยากจะเจอด้วย ดีนะที่เป็นผู้หญิง ไม่งั้น ปากเบี้ยว แน่เลย...บรื๋อออออออออ

วันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

อย่างน้อยวันนี้เราทำดีที่สุด...

แม้ว่าเวลาของความผูกพัน มันอาจจะสั้น จนเหมือนเราไม่ได้รักกันและตอนนี้ความห่างไกลก็ได้ใกล้เรามากขึ้นเพื่อที่จะแทรกให้เราห่างกันไปทุกที......

เธออยากรู้ไหม ว่าทำไมเราต้องห่างกัน ฉันพยายามหาคำตอบให้กับตัวเอง จนวันแล้ววันเล่า ฉันก็ยังไม่เข้าใจหรืออาจเป็นเพราะเวลาของเธอกับฉันได้หมดลงแล้ว คนบนฟ้าคงกำหนดให้เรามาพบกันแค่เท่านี้และเค้าก็ทำให้เราจากกัน มันไม่ยุติธรรมเลยที่เค้าทำให้ฉันรักเธอ ทำไมเค้าถึงไม่ทำให้ฉันแค่รู้จักเธอเท่านั้นนะ

ถ้าฉันรู้อะไรล่วงหน้า ว่ามันจะเป็นแบบนี้ สาบานได้ ฉันจะไม่รักเธอแม้สักนิดเดียว
มันช่างทรมานเหลือเกินกับความรู้สึกที่ฉันเป็น ฉันเสียใจที่ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้.......
การสูญเสียครั้งนี้ฉันจะเรียกร้องจากใคร

(บางทีคนเราก็ต้องการระยะห่าง...เพื่อทบทวนความรู้สึกตัวเอง ว่าเรารู้สึกอย่างไรกับเค้าคนนั้น)

มันช่วยฉันได้มาก แล้วตอนนี้ฉันคิดว่าสิ่งต่างที่ผ่านมา ก็เป็นคำตอบที่ดีสำหรับฉัน
ฉันคงเข้าข้างตัวเองที่คิดไปว่า..... อาจเพราะ คนบนฟ้าอาจกำลังสงสัย เราสองคนอยู่ ว่าเรารักกันจริงหรือเปล่า

เค้าเลยทดสอบให้เราห่างกัน แยกเราไปคนละทาง เพื่อทดสอบว่า ถ้าเราต้องใช้ชีวิตเพื่อรอคอยใครบางคนที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ช่วงเวลาที่รอนั้น จะเป็นตัววัดความรู้สึก และพิสูจน์ความแข็งแรงของความรักวัดการกระทำ ความเสมอต้นเสมอปลาย กับการอดทนด้วยเงื่อนไขเวลาของการห่างไกล

เมื่อถึงเวลานั้น เราจะได้รู้ว่าเราได้เลือกถูกคนหรือไม่ และมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
กับการต้องทำหัวใจไม่ให้หวั่นไหวกับอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ
ที่คอยเข้ามาทำให้ไหวหวั่นกับสิ่งต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปทุกๆ วัน
ความห่างไกลจึงเหมือนเป็นตัววัดปริมาณความรักของเรา

ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับวันพรุ่งนี้ เราจึงกลัวที่จะเผชิญหน้ากับมัน
เราคิดไปล่วงหน้า ว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ เราไม่สามารถบังคับให้ใครมารักเราได้และถ้าเธอจะอยู่ หรือเธอจะไป จะรักกันมากขึ้น หรือน้อยลง ก็จะเป็นเพราะเราสองคน
คงไม่ใช่ความต้องการของฉันฝ่ายเดียว หรือเธอฝ่ายเดียว

(คงจะไม่มีอะไรที่จะน่ากลัวและเลวร้ายไปกว่า การยอมรับความรู้สึกตัวเอง อีกแล้ว........ใช่มั๊ย)

วันนี้ฉันจึงมีความสุข ถึงแม้ว่าเราจะห่างกัน แต่อย่างน้อย ฉันก็ไม่เสียใจ ในสิ่งที่ฉันทำ
แต่ฉันคงจะเสียใจแน่ๆ หากฉันไม่ได้ทำ

นั่นก็คือ การได้รักเธอ.......มีวันที่เลวร้าย มีวันที่สวยงาม มีวันที่ว่างเปล่า สุขก็อยู่กับเราไม่นาน ทุกข์ก็อยู่กับเราไม่นาน

สุขเคยแวะผ่านมาแล้วก็ไป ทุกข์ก็เช่นเดียวกัน วันนี้ฉันมีความทรงจำที่ดี ระหว่างเรา
ฉันจึงมีเรื่องให้นึกถึงวันดีดีมากมาย และฉันก็ได้ยิ้มให้กับความทรงจำนั้น
จน ณ ตอนนี้ จนถึงวันนี้ จึงรู้แล้วว่า ยังมีเรื่องราวอีกมากมายให้เราทั้งสองต้องเรียนรู้ และเผชิญหน้ากับมัน

อาจจะลำบาก เหน็ดเหนื่อย แต่เชื่อฉันนะ ว่าสักวันความฝันเราต้องเป็นจริง
ฉันมีความหวังตราบที่ฉันยังมีลมหายใจ เพราะความหวังของฉันนั้นมันเป็นสิ่งที่มีค่า
ทำให้ฉันมีจุดมุ่งหมาย เผื่อสักวันอาจจะได้เป็นดังหวัง เมื่อฉันเป็นคนเริ่มต้น ฉันก็อยากจะเป็นคนทำให้มันจบ

ถึงแม้ว่าการได้รักคือการเสี่ยงที่จะไม่ได้รับรักตอบแทน การตั้งความหวังคือการเสี่ยงที่จะเจ็บปวด การพยายามคือการเสี่ยงที่จะล้มเหลว แต่ยังไงก็ต้องเสี่ยง เพราะสิ่งที่น่าอันตรายที่สุดถ้าชีวิตนี้ ฉันไม่เสี่ยงอะไรเลย

ถ้า”รัก” เริ่มต้นที่คนสองคน ผูกพันกัน เข้าใจกัน ต่างต้องการอยากที่จะร่วมทางเดินด้วยกัน

วันนี้ฉันก็อยากจะให้เรา “ไว้ใจ” กัน เพราะแน่นอน เราไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น
แต่ถ้าวันนี้เราทำดีที่สุดแล้ว ก็คงไม่ต้องกลัวอะไรวันต่อไปของเราก็คงจะดีเอง...
และฉันก็พอใจ กับสิ่งที่ได้รับในเวลานี้ ฉันมีความสุขที่ได้รัก รักในสิ่งที่ฉันเป็น
รักในทุกความรู้สึกดีดีที่ได้รับจากทุกคน รักในสิ่งที่ตัวเองทำ
และฉัน....................รักในสิ่งที่หัวใจฉันต้องการ....สำหรับฉันจึงไม่ต้องการอะไรมากมาย

ฉันรู้สึกเหมือนกับตัวเองช่างเป็นผู้หญิงโชคดีเหลือเกิน ที่ฉันโชคดีที่มีคนที่รักฉัน
และฉันก็รักเค้า กับผู้ชายอย่างเธอ ทั้งที่บางครั้งเธอเองก็อาจคิดว่าตัวเองก็ไม่ใช่คนดีอะไร

แต่อย่างน้อยวันนี้เธอดีกับฉัน ฉันจึงไม่สนใจว่าเธอจะเป็นอย่างไร และ ถึงแม้ว่าเรื่องราวระหว่างเรา อาจจะไม่เป็นดังที่เราหวังเลยสักนิดเดียว หรืออาจจะไปไม่ถึงฝัน...................

“ฉันรักเธอ” และอยากให้เธอมีความสุข แม้ว่าความสุขนั้น จะไม่ได้หมายถึงว่ามีฉันอยู่ด้วยก็ตามและหากความจริงเราต้องจากกันไปจริงๆ ฉันรับประกันได้เช่นกันว่า..
ถ้าวันนี้ฉันไม่ขอร้องให้เธอมาเป็นของฉัน ฉันจะต้องเสียใจ ไปจนตราบชีวิตฉันจะหาไม่
เพราะฉันรู้หัวใจฉันดีว่า เธอเพียงคนเดียวเท่านั้นที่อยู่ในใจฉันตลอดมา

อยากบอกทุกคนว่า ไม่มีใครได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการทั้งหมดไม่มีใครที่เกิดมาสมบูรณ์แบบ วันนี้เราควร ”ปล่อยวาง” เพื่อให้หัวใจไม่บอบช้ำนานเกิน
จนกลายเป็นแผลในใจที่คอยทำร้ายตัวเอง....

มีความสุขกับความเป็นจริงวันนี้เพราะพรุ่งนี้เราอาจไม่มีโอกาส............

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

หยิน หยาง เซ็กส์

หยินหยาง เป็น ศาสตร์สืบทอดที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในทางวิทยาศาสตร์ แม้จะมีหลายอย่างที่อธิบายได้ แต่ก็ยังมีความลับบางประการที่ยังเป็นปริศนา โดยเฉพาะ ในเรื่องของพลังชีวิตที่เกี่ยวกับจิตวิญญาณ หลายท่าในการเสพสุข อาจมีความใกล้เคียงกับท่ายอดนิยมที่เราคุ้นเคย แต่ก็ไม่เหมือนเสียทีเดียว เพราะยังมี เรื่องของความถี่ในการซอย และท่าต้องยกเว้นที่ไม่ควรหลั่ง ซึ่งทั้งหมดนี้นำมาทั้งผลอันเริงรมย์ และสุขภาพ และนี่คือ หยินหยาง 9 ท่า
จักจั่นสนั่นลีลา ผู้หญิงนอนคว่ำหน้า ใช้หมอนหนุนช่วงหน้าท้องเพื่อยกก้น ผู้ชายประกบด้านหลังในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน สอดใส่และซอยเป็นเซต สลับกันเพื่อความสมดุลระหว่าง เซต A ซอยหกครั้งแล้วหยุดเพื่อเสริมธาตุหยิน และเซต B ซอยเก้าครั้งแล้วหยุดเพื่อเสริมธาตุหยาง
นกกระสาพากระสัน ผู้ชายนั่งแยกขาบนพื้น หรือเก้าอี้ ผู้หญิงนั่งคร่อมบนตักในลักษณะหันหน้าประกบ เมื่อสอดใส่แล้ว ให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายโยก ในขณะที่ฝ่ายชายสวมกอด ท่านี้ผู้หญิงสามารถควบคุมการเสียดสีภายในได้ตามถนัด และยังถึงจุดสุดยอดได้หลายครั้ง ซอยเป็นเซตสลับกันเพื่อความสมดุลระหว่าง เซต A ซอยหกครั้งแล้วหยุดเพื่อเสริมธาตุหยิน และเซต B ซอยเก้าครั้งแล้วหยุดเพื่อเสริมธาตุหยาง
มังกรนอนสังวาส ผู้หญิงนอนหงาย ให้หลังติดเตียง แยกขาทั้งสองข้าง ฝ่ายชายนอนประกบให้ส่วนหน้าของร่างกายแนบชิดมากที่สุด และสวมใส่ ซอยเป็นเซตสลับกันเพื่อความสมดุลระหว่าง เซต A ซอยหกครั้งแล้วหยุดเพื่อเสริมธาตุหยิน และเซต B ซอยเก้าครั้งแล้วหยุดเพื่อเสริมธาตุหยาง ท่านี้ไม่เหมาะกับการหลั่ง
ปลาคู่ชู้ชื่น ผู้ชายนอนหงาย ให้หลังติดพื้น ชันเข่าเล็กน้อย ฝ่ายหญิงขึ้นคร่อม และจัดการสอดใส่ จากนั้นทอดตัวช่วงบนลงนอนประกบฝ่ายชาย และซอยเป็นเซตสลับกันเพื่อความสมดุลระหว่าง เซต A ซอยหกครั้งแล้วหยุดเพื่อเสริมธาตุหยิน และเซต B ซอยเก้าครั้งแล้วหยุดเพื่อเสริมธาตุหยาง
ลิงลมสมเสพ ผู้หญิงนอนหงาย ยกช่วงขาขึ้นพาดบ่าผู้ชายในขณะที่เขานั่งคุกเข่าและสอดใส่ จากนั้นใช้สองมือคร่อมค้ำพื้น ฝ่ายหญิงใช้สองมือจับแขนของฝ่ายชายให้มั่น แล้วทำหน้าที่ซอยเป็นเซตสลับกันเพื่อความสมดุลระหว่าง เซต A ซอยหกครั้งแล้วหยุดเพื่อเสริมธาตุหยิน และเซต B ซอยเก้าครั้งแล้วหยุดเพื่อเสริมธาตุหยาง
วิหคฉกสวรรค์ ผู้หญิงนอนหงาย ชันตัวสี่สิบห้าองศาในท่าสบายด้วยการวางข้อศอกและช่วงหลังบนหมอน ผู้ชายนั่งคุกเขา รวบขาของผู้หญิงยกขึ้นตั้งฉาก สอดใส่และซอยอย่างนุ่มนวลเป็นเซตสลับกันเพื่อความสมดุลระหว่าง เซต A ซอยหกครั้งแล้วหยุดเพื่อเสริมธาตุหยิน และเซต B ซอยเก้าครั้งแล้วหยุดเพื่อเสริมธาตุหยาง
กระต่ายหมายโรมรัน ผู้ชายนอนหงาย ชันตัวขึ้นเล็กน้อย ผู้หญิงขึ้นนั่งหันหลัง จัดการสอดใส่ และซอยเป็นเซตสลับกันเพื่อความสมดุลระหว่าง เซต A ซอยหกครั้งแล้วหยุดเพื่อเสริมธาตุหยิน และเซต B ซอยเก้าครั้งแล้วหยุดเพื่อเสริมธาตุหยาง
เต่าสะดุ้งผักบุ้งกระเทือน ผู้หญิงนอนหงาย งอเข่าและยกขาขึ้นจนปลายเข่าชนทรวงอก ผู้ชายคุกเข่าประกบ สอดใส่และซอยเป็นเซตสลับกันเพื่อความสมดุลระหว่าง เซต A ซอยหกครั้งแล้วหยุดเพื่อเสริมธาตุหยิน และเซต B ซอยเก้าครั้งแล้วหยุดเพื่อเสริมธาตุหยาง
พยัคฆ์ซุ่มขยุ้มนารี ผู้หญิงอยู่ในท่าคลาน สองมือค้ำพื้น ผู้ชายนั่งคุกเข่าประกบจากทางด้านหลัง สอดใส่และซอยเป็นเซตสลับกันเพื่อความสมดุลระหว่าง เซต A ซอยหกครั้งแล้วหยุดเพื่อเสริมธาตุหยิน และเซต B ซอยเก้าครั้งแล้วหยุดเพื่อเสริมธาตุหยาง

YIN & YANG SEX TIPS
• ทุกท่าไม่มีการสอดใส่ทางทวาร ในท่าเข้าข้างหลัง คือการที่อวัยวะเพศของผู้ชายสอดใส่อวัยวะเพศของผู้หญิงจากทางด้านหลัง
• ท่าโดยส่วนใหญ่ ผู้ชายทำหน้าที่หลักคือประคองการสอดใส่  โดยฝ่ายหญิงเป็นคนเคลื่อนไหว และบังคับการซอย
• ยิ่งผู้ชายอดทนได้นานเท่าไหร่ ผู้หญิงก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้น  เพราะสามารถถึงจุดสุดยอดได้หลายครั้ง
• การ ซอยเป็นเซตระหว่าง เซต A ซอยหกครั้งแล้วหยุดเพื่อเสริม ธาตุหยิน และเซต B ซอยเก้าครั้งแล้วหยุดเพื่อเสริมธาตุหยาง  ควรทำสลับกันเพื่อความสมดุลของ พลังชีวิต

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

คิดถึง

ในขณะที่เราคิดถึงคน ๆ นึงตลอดเวลา
เค้าคนนั้นก็อาจคิดถึงคนอื่นอยู่ก็เป็นได้
และบางครั้งก็อาจมีคนที่คิดถึงเรา
โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน

บางครั้งการได้ฝันไปคนเดียว
มันก็ดีกว่าการได้รู้ความจริงที่ว่า
สิ่งที่เราคิดทั้งหมด
มันคือความฝันของเราเองเพียงคนเดียว

ฉะนั้นไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่
เลือกที่จะจมกับความฝัน
มากกว่าการได้รับรู้ความจริง
การไม่ได้เป็นที่ 1 ในใจเค้า
ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า...

เราอาจเป็นที่ 2
ซึ่งมันก็ยังดีกว่าเป็นที่ 3 ที่ 4...
และหากเราเป็นที่ 10 ในใจเค้า...
ก็ขอให้คิดไว้ว่า
ดีกว่าเราไม่มีความสำคัญอะไรในใจเค้าเลย

แต่โปรดจำไว้เถอะว่า
หากหัวใจของคุณยังไม่ร้องไห้ออกมาดัง ๆ
พร้อมกับพูดกับตัวเองว่า
"ชั้นเหนื่อยเหลือเกินแล้ว"
โปรดห้ามใจเถอะ
ก่อนที่ชั้นจะอ่อนล้าไปกว่านี้...
ก็จงชอบต่อไปเถอะ
การรักใครซักคน
ไม่ต้องการความพยายาม

"การตัดใจ"ต่างหาก
ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากมาย
ลองชั่งน้ำหนักในใจเราดูสิว่า
ความสุขยามที่คุณได้สบตาเค้า
กับความทุกข์ยามที่คุณต้องคอยหลบตาเค้า
อันไหนมันหนักหนากว่ากัน

อย่าโทษตัวเอง ที่มาเจอเค้าสายเกินไป...
อย่าโทษเค้าที่ไม่มีใจให้...
อย่าโทษโชคชะตาที่ทำให้เราพบกัน
แต่ไม่ได้ทำให้เราใจตรงกัน

แต่จงยิ้มให้กับตัวเอง ที่อย่างน้อย
ถึงจะพบกับเค้าคนนั้นสายเกินไป
แต่ก็ยังได้พบ...

ยิ้มให้เค้า ที่ถึงจะไม่ได้ให้ใจเรามา
แต่ก็ยังได้รับหัวใจของเราไป...
ยิ้มให้กับโชคชะตา
ที่ยังทำให้เรา...ได้รู้จักกัน

คุณควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ครั้งหนึ่ง
คุณได้เจอคนที่คุณอยากเก็บรอยยิ้ม
ของเค้าไว้คนเดียว
คนที่คุณใส่ใจกว่าตัวคุณเอง...
คนที่ทำให้คุณหัวเราะ...
และร้องไห้ได้มากมาย...

คนที่เพียงแค่ยิ้มของเค้า
ก็สามารถเปลี่ยนวันที่หมองหม่น...
ให้กลายเป็นวันที่สดใส
เท่านี้มันก็เพียงพอแล้ว ไม่ใช่หรือ?

แค่การได้เห็นคนที่เรารัก
ได้หัวเราะอยู่กับใครสักคน
ที่เค้ารักมากที่สุด
นั่นแหละคือความสุขของการได้รัก
"อย่างจริงใจ"

วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เกาต์ : ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม

เกาต์ : ภัยเงียบที่ไม่ควรมองข้าม
เมื่อเร็วๆ นี้ผมมีโอกาสไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยรายหนึ่งในอำเภอหนึ่งของจังหวัดนครราชสีมา กับทีมแพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาลอำเภอและสถานีอนามัย ที่รับผิดชอบพื้นที่ที่ผู้ป่วยรายนี้อาศัยอยู่
ผู้ป่วยเป็น ชายอายุ 50 กว่าปี นอนพักอยู่บนแคร่ ในเพิงพักที่ปลูกแยกต่างหากจากตัวบ้าน ตามเนื้อตัวมีปุ่มเกิดขึ้นหลายแห่ง บางแห่งมีผ้าก๊อซปิดไว้ เขาเล่าว่าปุ่มเหล่านี้จะหมุนเวียนกันแตกออกเป็นแผลเรื้อรัง แผลที่แตกนี้จะมีเม็ดสีขาวๆ หลุดออกมาเรื่อยๆ ต้องคอยใช้น้ำยาทำแผลอยู่นาน 3-4 เดือนกว่าจะหาย
นอกจากนี้ยังพบว่ามือ 2 ข้างของผู้ป่วยกำไม่ได้ เนื่องจากข้อนิ้วมือบวมแข็ง และข้อเข่า 2 ข้างยึดติด เหยียดตรงไม่ได้ ต้องอยู่ในท่างอเข่าตลอดเวลา ทำให้เดินไม่ได้
เมื่อ 14 ปีก่อน ชายผู้นี้เคยเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลอำเภอด้วยอาการปวดข้อ ข้อบวมอักเสบ แพทย์ตรวจพบว่าเป็นโรคเกาต์ ซึ่งเป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังชนิดหนึ่งที่เกิดจากภาวะกรดยูริกในเลือดสูง ทำให้มีกรดยูริกสะสมพอกพูนตามข้อและเนื้อเยื่อต่างๆ จนกลายเป็นปุ่มตามร่างกายดังกล่าว
แพทย์เล่าว่าผู้ป่วยเคยไปรักษาที่โรง พยาบาลอำเภออยู่ 2-3 ครั้ง ก็หายหน้าไปนาน 10 กว่าปี เมื่อเดือนก่อนเพิ่งกลับไปหาอีกครั้ง ขอให้แพทย์ออกใบรับรองความพิการเพื่อนำไปขึ้นทะเบียนเป็นผู้พิการ ขอเงินช่วยเหลือจากทางราชการ
เมื่อซักถามเพิ่มเติมจากผู้ป่วยและ ภรรยา จึงทราบว่าผู้ป่วยมีอาการข้ออักเสบเป็นครั้งคราว ได้ตระเวนเดินทางไปหาหมอตามโรงพยาบาลต่างๆ รวมทั้งโรงพยาบาลในกรุงเทพฯ เนื่องเพราะมีความกังวลใจที่อาการไม่หายขาด มักกำเริบอยู่เรื่อยๆ หลายปีมานี้ ผู้ป่วยต้องขายที่นา 20 ไร่ (เป็นเงิน 500,000 บาท) เพื่อการรักษาตัว
ผู้ป่วยไม่มีความรู้ว่าโรคเกาต์เป็นอย่างไร และต้อง ปฏิบัติตัวอย่างไร จะไปหาหมอเมื่อมีอาการข้ออักเสบ พอได้ยารักษาเพียงไม่กี่วันอาการทุเลา รู้สึกสบายดี ก็ไม่ได้ติดตามรับการรักษาอย่างต่อเนื่อง พอผ่านไปสักระยะหนึ่งข้ออักเสบกำเริบใหม่ ก็เข้าใจว่าแพทย์คนก่อนรักษาไม่ได้ผลจึงเปลี่ยนโรงพยาบาลไปเรื่อยๆ
ใน ชุมชนมีผู้ที่ป่วยเป็นโรคเกาต์อยู่เป็นจำนวนไม่น้อย ส่วนใหญ่จะมีพฤติกรรมแบบเดียวกับผู้ป่วยรายนี้ คือรอให้มีอาการข้ออักเสบกำเริบก็จะไปพบแพทย์ให้ยารักษา พอทุเลาดีก็ไม่ได้กลับไปพบแพทย์อย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นโรคเกาต์เรื้อรังและเกิดผลแทรกซ้อนต่างๆ ตามมา
โรคเกาต์ เกิดจากร่างกายมีกรดยูริกอยู่ในกระแสเลือดสูงเกินปกติ เนื่องจากความผิดปกติที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม (ผู้ป่วยมักมีพ่อแม่พี่น้องคนใดคนหนึ่งเป็นโรคนี้ด้วย) ในช่วงที่มีระดับของกรดยูริกในเลือดสูงมากๆ ซึ่งมักจะเกิดขณะกินอาหารที่ให้กรดยูริกสูง (เช่น เครื่องในสัตว์ สัตว์ปีก เนื้อสัตว์ปริมาณมาก พืชผักหน่ออ่อน ถั่วต่างๆ) หรือหลังดื่มเหล้าก็จะมีอาการปวดข้อ ข้ออักเสบรุนแรง ถึงเดินกะเผลก ผู้ป่วยก็จะไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล เมื่อได้ยาต้านข้ออักเสบ มากินอาการก็ดีขึ้น จนรู้สึกเป็นปกติดี ก็หยุดการรักษา
ธรรมชาติของ โรคนี้แปลก แม้ว่าจะไม่มีอาการปวดข้อ ข้ออักเสบ แต่กรดยูริกในเลือดก็จะยังอยู่ในระดับสูงเกิน (หากแต่ไม่มากจนทำให้ข้ออักเสบ) และจะค่อยๆ เข้าไปสะสมอยู่ตามเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย นานๆ เข้า ก็กลายเป็นปุ่มตามใต้ผิวหนัง ภาษาแพทย์เรียกว่า ตุ่มโทฟัส (tophus) ตุ่มนี้ถ้าแตกก็จะมีเม็ดของกรดยูริกมีลักษณะสีขาวๆ คล้ายผงชอล์กหรือยาสีฟันหลุดออกมาและกลายเป็นแผลเรื้อรังเป็นแรมเดือน แรมปี นอกจากนี้หากสะสมตามข้อและเส้นเอ็น ก็จะทำให้ข้อพิการได้ ดังกรณีผู้ป่วยรายนี้ บางรายจะมีกรดยูริกสะสมในไต ทำให้เป็นนิ่วในไต และโรคไตพิการเรื้อรังได้
การรักษาที่ถูกต้อง นอกจากกินยาต้านข้ออักเสบแล้ว ถึงแม้สบายดี ก็จำเป็นต้องกินยาควบคุมกรดยูริก (เช่น ยาเม็ดอะโลพูรินอล) ทุกวันอย่างต่อเนื่องตลอดไป และต้องคอยเจาะเลือดทุก 3-6 เดือน ตรวจดูระดับกรดยูริกว่ากลับอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ ถ้ายังสูงก็ต้องปรับขนาดยาและควบคุมอาหารให้ได้ผลอย่างจริงจัง อย่างต่อเนื่อง จึงจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดผลแทรกซ้อนดังกล่าวได้
ชาย ผู้นี้ (เฉกเช่นผู้ป่วยโรคเกาต์ส่วนใหญ่) เป็นเพราะขาดความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ซึ่งถือว่าเป็นภัยเงียบหรือเพชฌฆาตเงียบ (เป็นโรคโดยไม่ปรากฏอาการชัดเจน กล่าวคือแม้ในช่วงที่ไม่มีอาการข้ออักเสบ โรคก็ยังดำรงอยู่ในร่างกาย แบบเดียวกับโรคเรื้อรังอื่นๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง) จึงไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้องต่อเนื่อง จนกลายเป็นคนพิการไปอย่างน่าเสียดาย

การบำรุงสมรรถภาพทางเพศ


สมรรถภาพเพศชายในทัศนะจีน
เป็นข่าวเกรียว กราวกันทั่วโลก เมื่อมีการค้นพบยาที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ ทำให้ผู้ชายทั้งหลายที่มีปัญหาหรือคิดว่าอยากจะเสริมสร้างสมรรถภาพของตนเอง ให้แกร่ง ต่างพยายามขวนขวายซื้อยา แม้ว่าจะมีราคาแพงลิบลิ่ว แต่ก็คิดว่ามันคุ้มค่า เมื่อไม่นานมานี้ สมุนไพรไทย เช่น กวาวเครือก็มีผู้คาดหวังไว้มากว่า นอกจากจะช่วยให้ผู้หญิงมีน้ำมีนวล มีหน้าอกที่เต่งตึง กวาวเครือบางชนิดจะสามารถเสริมสมรรถภาพทางเพศแก่เพศชาย จึงมีการพยายามโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดการบริโภค เพื่อผลทางการค้า โดยไม่ค่อยได้คำนึงที่โทษหรือผลเสียที่จะเกิดจากการบริโภคยาเหล่านั้น จริงอยู่ อาจมีการศึกษาวิจัยบางอย่างที่บ่งบอกถึงข้อดีที่เกิดจากการใช้ยา(ไม่ว่าจะ เป็นยาสังเคราะห์หรือยาสมุนไพร) แต่วิธีพิจารณาผลของยาเฉพาะที่ เฉพาะผลบางอย่าง โดยไม่พิจารณาผลอันเกิดจากองค์รวมของยาที่มีต่อร่างกายทั้งระบบ นับว่าอันตรายอย่างมาก ดังที่จะได้ทราบรายงานจากผู้ใช้ยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศที่ลือชื่อบางตัว อาจทำให้ผู้ป่วยบางรายถึงแก่ความตายได้ ในทัศนะของแพทย์แผนจีนได้อธิบายปัญหาเกี่ยวกับความเสื่อมสมรรถภาพทางเพศทั้ง ด้านสาเหตุและการดูแลรักษาไว้ ดังนี้
สมรรถภาพทางเพศเกี่ยวข้องกับไต (ในความหมายของแพทย์แผนจีน)
ไต ในทัศนะแพทย์แผนจีนมีหน้าที่เก็บสารจิง (น้ำอสุจิ+ตัวอสุจิ) และเกี่ยวกับการเจริญเติบโต การควบคุมการทำงานของระบบต่างๆของร่างกายให้ประสานสอดคล้องกัน เป็นแหล่งให้พลังงานแก่ระบบต่างๆ เช่น ระบบย่อย ระบบการหายใจระบบขับถ่าย ฯลฯ ให้ทำงานได้ตามปกติ เสมือนกับเป็นพลังงานทุน ดั้งเดิมที่ได้มาแต่กำเนิด(เรียกว่าไฟมิ่งเหมิน*) มีหน้าที่ควบคุมความเสื่อมถอยของร่างกาย สารจิงที่สะสมไว้ที่มิ่งเหมิน มีหน้าที่สำหรับการสืบพันธุ์ (มีสารกรรมพันธุ์บรรจุอยู่)
* มิ่งเหมิน หมายถึงประตูชีวิต ซึ่งอยู่ระหว่างบริเวณไตสองข้าง เป็นที่พักของสารจิงในผู้ชาย หรือที่พักของสิ่งกำเนิดตัวอ่อนในผู้หญิงหรือไข่
กระบวนการเกิด การเจริญเติบโต ความเสื่อมถอยของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการสืบพันธุ์ การเติบโตของกระดูก การงอกของฟัน การเติบโตของอวัยวะเพศ การมีเต้านม การมีประจำเดือน การมีผม การเติบโตของร่างกาย การหมดประจำเดือน การมีผมขาว ความเสื่อมทางเพศ การหลุดหักของฟัน ความชราหลังโก่ง เข่าอ่อนแรง ฯลฯ ล้วนเป็นภาวะแสดงออกถึงการแข็งแรงและเสื่อมทรุดของไต ดังนั้น ระบบไตของจีนไม่ได้ มีความหมายถึงตัวไตทั้ง ๒ อันที่ เป็นอวัยวะภายในที่อยู่ตำแหน่งบริเวณเอวทั้ง ๒ ข้างเท่านั้น แต่มีความหมายครอบคลุมถึงต่อมใต้สมอง ต่อมไทรอยด์ ต่อมเพศ ต่อมหมวกไต ฯลฯ และรวมถึงระบบประสาทอัตโนมัติ (autonomic nervous system) ซึ่งเป็นระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวของร่างกาย โดยเฉพาะอวัยวะภายใน เพื่อให้สอดคล้องกับการกระตุ้นจากภายนอก โดยไม่อยู่ใต้การบังคับของอำนาจจิตใจ การที่ไตเป็นตัวเก็บและสร้างสารจิง และเป็นแหล่งพลังงานดั้งเดิมที่เป็นทุนสำรองที่ได้จากพ่อและแม่ (ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์) เป็นตัวที่กำหนดความเจริญเติบโตและความเสื่อมถอยของร่างกาย ทัศนะเกี่ยวกับการดูแลถนอมไตจึงมีความสำคัญมาก ดังนั้น เรื่องของเพศสัมพันธ์และการหลั่งสารจิง จึงมีความสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพอย่างแยกไม่ออก


สาเหตุของความเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
แพทย์ แผนจีน มีความเชื่อว่า สารจิงของไต เป็นส่วนสำคัญในการเก็บพลังชีวิต ซึ่งมีความหมายถึงการถ่ายทอดทางพันธุกรรม การควบคุม การให้พลังงานของระบบต่างๆ ของร่างกายให้ทำงานได้อย่างปกติ สารจิง (มีความหมายรวมถึงอสุจิด้วย) จึงเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและเป็นสิ่งที่ไม่ควรถูกใช้ไปอย่างพร่ำเพรื่อ ความเชื่ออันนี้นำไปสู่ความคิดในเรื่องการดูแลสุขภาพไม่ให้ไตเสื่อมเร็ว จะต้องถนอมไม่ให้มีการหลั่งอสุจิ ยิ่งเก็บไว้นานยิ่งดี โดยที่แพทย์แผนปัจจุบันถือว่าไม่มีความจำเป็นต้องเก็บสามารถระบายขับออกตาม ที่ต้องการ เพราะจะระบายความเครียดในจิตใจได้ ร่างกายก็สร้างทดแทนได้อีก
ใน ขณะที่การแพทย์แผนจีนถือว่าในคนหนุ่มแน่น อาจจะระบาย หลั่งสารจิงได้ เพราะมีภาวะที่ไตยังดี และเป็นการลดภาวะที่แกร่งเกินไป แต่ถ้าเสียสารจิงไปบ่อยๆมากเกินไปจะกลายเป็นผลเสีย โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้นหรือยิ่งสูงอายุ จึงต้องพยายามหลีกเลี่ยง (แต่ไม่ได้ห้ามการมีเพศสัมพันธ์ เพียงแต่ต้องถนอม) การหลั่งสารจิง ความเสื่อมสมรรถภาพทางเพศมีสาเหตุสำคัญ คือ
๑. การลดลงของไฟมิ่งเหมิน
การ มีเพศสัมพันธ์ที่มีการหลั่งสารจิง (น้ำอสุจิ) รวมถึงการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองบ่อยครั้งเกินไปเป็นเวลานานๆ ทำให้เกิดการสูญเสียไฟของมิ่งเหมิน การทำงานของระบบย่อยอาหาร ระบบหายใจ การขับถ่าย การสืบพันธุ์ ล้วนอาศัย ไฟจากมิ่งเหมิน ถ้าสูญเสียไฟของมิ่งเหมิน ระบบการทำงานของร่างกายทั้งหมดจะลดลง ร่างกายจะเสื่อมถอยเร็วขึ้น และพลังของไตจะหมดไป
๒. การเสื่อมถอยของหัวใจและระบบม้าม
ความ เครียดกังวลและภาวะทางจิตใจมีผลต่ออวัยวะภายในหัวใจ ซึ่งในทัศนะของแพทย์แผนจีนจะหมายถึง ระบบประสาทส่วนกลางและสมองที่ควบคุมจิตอารมณ์ด้วย ความวิตกกังวลยังมีผลต่อระบบม้าม ระบบการย่อยอาหารและการดูดซึม ทำให้พลังงานที่ได้รับจากอาหารลดลง ผลคือ พร่องทั้งเลือดและพลัง
๓. ความตกใจเกินไปทำลายพลังของไต
บาง คนเคยมีภาวะการตกใจจากประสบการณ์ในอดีตที่รุนแรง อาจมีผลกระทบต่อไตโดยตรง ทำให้พลังไตถูกทำลายอย่างเฉียบพลัน เกิดความเสื่อมสมรรถภาพทางเพศตามมา
๔. ภาวะความร้อนชื้นในร่างกายมากเกินไป
ภาวะ ร้อนชื้น มีอาการขาหนักๆ เมื่อยๆ(เหมือนมีความชื้นในส่วนล่าง) ปัสสาวะมักมีสีเหลืองไปทางเข้ม(มีความร้อน) อึดอัดแน่นในท้อง ทรวงอก กินอาหารไม่ค่อยได้ มีความอับชื้นบริเวณอวัยวะเพศ กลิ่นเหม็น หมักหมมง่าย ผู้ป่วยมักมีลิ้นแดง(มีความร้อนในตัวมาก) มีฝ้าบนลิ้นสีเหลือง และมันเหนียว(มีความชื้นมากและมีความร้อนด้วย) การขาดพลังหยางของไตทำให้ไฟของมิ่งเหมินน้อยลง ระบบการทำงานของร่างกายลดลง ผลคือ เลือดและพลังพร่อง ทำให้อวัยวะเพศไม่แข็งตัว ขณะเดียวกันก็ขาดพลังในการควบคุมการหลั่ง ทำให้มีการหลั่งโดยอวัยวะเพศไม่แข็งตัว และสารจิงค่อนข้างใส เนื่องจากร่างกายขาดพลังและเลือดไปเลี้ยงบนใบหน้า ทำให้ใบหน้าซีด เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ ทำให้หูอื้อ มีเสียงดัง เวียนศีรษะ ไฟมิ่งเหมินที่น้อย ทำให้ความร้อนไปเลี้ยงมือเท้าไม่ดี มือเท้าจึงเย็นผิดปกติ กลัวหนาว พลังหยางที่น้อย ทำให้เมื่อยล้าตามตัว เมื่อยเอว เข่าไม่มีแรง จะพบว่า ลิ้นซีดมีฝ้าขาว ชีพจรเร็วเบาเล็ก


การรักษา
ควรรักษาตามสาเหตุที่สำคัญ ได้แก่
๑. ถ้าเป็นไตหยางพร่องต้องอุ่นไต กระตุ้นการสร้างสารจิง เสริมหยางของร่างกาย เสริมไฟ มิ่งเหมิน
๒. ถ้าเป็นความร้อนชื้นสะสม จะต้องขับความร้อน ความเย็นบำรุงไต ควบคุมสารจิง
การปฏิบัติตัว
๑. ไม่ควรเร่งการใช้ยากระตุ้นทางเพศ เพื่อหวังผลเฉพาะหน้า เพราะเป็นการเร่งการทำงานของต่อมลูกอัณฑะ ต่อมลูกหมาก ทำให้เกิดการเสื่อมสภาพเร็วขึ้น การสูญเสียน้ำอสุจิยัง มีผลต่อภาวะอ่อนเพลียของร่างกาย จิตใจ สมอง และความอ่อนล้าของร่างกายทั้งระบบ ถ้าการสูญเสียที่มากเกินไปย่อมทำลายสุขภาพและทำลายสมรรถภาพทางเพศ
๒. ข้อห้ามในการมีเพศสัมพันธ์ที่บันทึกไว้ใน "เซียนจินเย้าฝาง"
- ใน ภาวะเดินทางไกลมีความอ่อนเพลีย, ภาวะที่กินอาหารอิ่มใหม่ๆ, เมาสุรา, ดีใจมากเกินไป, เสียใจมากเกินไป, ขณะที่มีไข้ ตัวร้อน, สตรีขณะมีประจำเดือน ล้วนไม่ควรมีเพศสัมพันธ์
- ถ้ามีเพศสัมพันธ์ขณะที่ท้องอิ่มมากๆ จะทำลายเลือดและพลัง
- ถ้า มีเพศสัมพันธ์ขณะที่เมาเหล้าจะทำลายพลังหยางของตับ จะทำให้น้ำอสุจิน้อยลง, มีภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในสตรี ทำให้มีความต้องการทางเพศน้อยลง และจะมีเลือดเสียตกค้าง
๓. หนังสือ "เซียนจินเย้าฝาง" ได้บอกถึงกฎเกณฑ์การถนอมสุขภาพ และการมีสมรรถภาพทางเพศที่ดี ยึดหลักว่า ต้องถนอมไต คนทั่วไปเมื่อเข้าวัย ๔๕ ปี ถือว่าเข้าสู่การเริ่มต้นของความเสื่อมถอย เข้าสู่ความชราภาพ ทางแพทย์แผนจีนถือว่าวัยนี้ ชี่จิง (พลังและสารจิง) เริ่มน้อยลง พลังไตเริ่มเสื่อมถอย ในวัยนี้ยิ่งต้องระวังปัญหาเพศสัมพันธ์ เพราะมีความสำคัญต่อการมีสุขภาพที่ดีหรือความเสื่อมถอยที่รวดเร็ว
กฎเกณฑ์ คือ ห้ามการหลั่งน้ำอสุจิหรือหลั่งได้แต่พอเหมาะ


การบำรุงสมรรถภาพทางเพศ
เนื่อง จากความเสื่อมสมรรถภาพมีหลายสาเหตุ อาจจะเกิดจากไตพร่อง ตับถูกอุดกั้น เลือดและพลังไม่พอจากภาวะม้ามพร่อง ความร้อนชื้นส่วนล่างของร่างกาย และพฤติกรรมที่มีการหลั่งสารจิงมากเกินไป ฯลฯ
สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจาก ภาวะพร่องของไตเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนภาวะทางจิตใจ ระบบม้ามพบได้บ้าง ภาวะความร้อนชื้นพบได้น้อย รู้ได้อย่างไรว่าไตพร่องเป็นเหตุ
๑. มีประวัติเพศสัมพันธ์มากเกินไป หรือประวัติการหลั่งสารจิง (น้ำอสุจิ) ไม่ว่าวิธีใดมากเกินไป
๒. มีประวัติการเจ็บไข้ยาวนานเรื้อรัง
๓. ร่วม กับมีการที่แสดงออกว่าไตพร่อง คือ ปวดเมื่อยเอว น้ำอสุจิน้อย อ่อนเปลี้ยทางร่างกายและจิตใจ ขี้ลืม ผมร่วง ในสตรีมีประจำเดือนผิดปกติ ความต้องการทางเพศลดลง ถ้ามีภาวะไตหยางพร่องมากจะพบ มีอาการกลัวความเย็น มือเท้าเย็น กินอาหารน้อยลง ความรู้สึกของการรับรสชาติอาหารจะจืด ไม่กระหายน้ำ ปัสสาวะใส กลางคืนจะปัสสาวะบ่อย
๔. คลำชีพจรตำแหน่งไต จะพบว่าอ่อนแรง ตัวลิ้นมีลักษณะโตนุ่ม
การ บำรุงสมรรถภาพทางเพศ ต้องดูสาเหตุเป็นหลัก และบำรุงให้ถูกกับสภาพร่างกาย ที่สำคัญต้องเน้นการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง และถนอมไตอย่าให้พร่อง จะเห็นว่า ทัศนะการแพทย์แผนจีนมองเรื่องสมรรถภาพทางเพศเกี่ยวข้องกับสุขภาพองค์รวม เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตที่มีกฎเกณฑ์เป็นธรรมชาติ โดยยึดหลักจะต้องถนอมสารจิงไว้ ไม่ปล่อยสารจิงอย่างพร่ำเพรื่อ การเก็บสารจิงในตัวไว้ได้นาน นอกจากจะไม่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลียแล้ว ยังทำให้ร่างกายแข็งแรงมีชีวิตชีวา มีสมรรถภาพทางเพศที่ดีด้วย ขณะเดียวกันต้องรักษาปัญหาสุขภาพร่วมไปด้วย ทัศนะนี้ต่างจากความคิดของการแพทย์ตะวันตกที่มองเรื่องของเพศในเชิงบริโภค นิยม แสวงหาความสุขโดยมองแต่ผลเฉพาะหน้าที่ได้ เร่งการทำงานของระบบเพศด้วยยาหรือสิ่งกระตุ้น โดยไม่พิจารณาสุขภาพองค์รวม และไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสม ในที่สุดเมื่อสภาพร่างกายเสื่อมทรุด การกระตุ้นม้าที่อ่อนเพลียเต็มที่แล้วก็จะเกิดผลเสียและอาจเกิดอันตรายต่อ ชีวิตได้
ปรัชญาการแพทย์จีนเกี่ยวกับสมรรถภาพทางเพศ ดูเหมือนจะขัดกับความรู้สึกสามัญสำนึกของคนทั่วไป แต่เป็นวิธีการถนอมสุขภาพและรักษาสมรรถภาพทางเพศที่ดี โดยเป็นธรรมชาติและสิ้นเปลืองน้อยที่สุด ทัศนะการเชื่อมโยงดูแลสุขภาพองค์รวมกับเรื่องของเพศ จึงขัดกับทัศนะการบริโภคนิยมที่หวังการมีความสุขเฉพาะหน้า แต่สร้างปัญหาระยะยาว การบริโภคยากระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ ไม่ว่ายาสมุนไพรหรือยาสังเคราะห์ จึงต้องพิจารณารักษาสภาพร่างกายร่วมด้วย ขณะเดียวกันจะต้องไปปรับเปลี่ยนทัศนะและการปฏิบัติตัวเกี่ยวกับเรื่องเพศให้ เหมาะสม จึงจะสร้างความสุขที่ถาวรยั่งยืน


อาหารที่มีสรรพคุณบำรุงไตในทัศนะจีน
อาหารบำรุงไต
คัมภีร์ "เสิ่นหนงเปิ่นเฉ่าจิง" ได้บรรยายสรรพคุณของยาบำรุงไตว่า "จะเพิ่มบำรุงให้ไตแข็งแรง เพิ่มสารจิง เสริมการทำงานของหยาง ช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ"
อาหาร
- อาหารจากพืชผักต่างๆ ได้แก่ ลูกพุทราจีน เมล็ดงา น้ำผึ้ง องุ่น ลูกบัว เนื้อในของเมล็ดท้อ ถั่วลิสง ขิง หัวหอม กุยช่าย
- อาหารจากสัตว์ต่างๆ ได้แก่ กุ้ง ปลิงทะเล ม้าน้ำ เนื้อแพะ เนื้อกวาง เขากวางอ่อน
สมุนไพร ได้แก่
* (ปา จี่ เทียน)
* (ทู่ ซือ จื่อ)
* (ตู้ จ้ง)
* (ยิ่น หยาง ฮว่า)
* (บู่ กู๋ จื่อ)
* (ตง ฉง เซี้ย เฉ่า) ฯลฯ
หมายเหตุ
- อาหารสมุนไพรส่วนใหญ่จะมีความอุดมของวิตามินแร่ธาตุ เช่น สังกะสี แมงกานีส เหล็ก ไขมัน ฯลฯ ซึ่งเป็นส่วนประกอบของสารจิง
- ยาสมุนไพรมักมีคุณสมบัติร้อน บำรุงช่วงล่างของร่างกาย เพิ่มการทำงานและเพิ่มพลังความร้อนของระบบต่างๆ ของร่างกาย
- สัตว์ มักเป็นสัตว์ทะเล หรือสัตว์ที่มีคุณสมบัติหยาง
- การปรุงรสอาหารจะเน้นไปทางเค็ม เช่น เกลือ ร่วมกับรสเผ็ดร้อน เช่น ขิงและหัวหอม

มาจัดระเบียบตัวเองใหม่ในวันเข้าพรรษา



1. ขอบคุณข้าวทุกเม็ด น้ำทุกหยด อาหารทุกจานอย่างจริงใจ
2. อย่าสวดมนต์เพื่อขอสิ่งใด นอกจาก ปัญญาและ ความกล้าหาญ
3. เพื่อนใหม่ คือของขวัญที่ให้กับตัวเอง ส่วน เพื่อนเก่า คือ อัญมณีที่นับวันจะเพิ่มคุณค่า
4. อ่านหนังสือธรรมะปีละเล่ม
5. ปฏิบัติต่อคนอื่นเช่นเดียวกับที่ต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเรา
6. พูดคำว่า ขอบคุณ ให้มากๆ
7. รักษา ความลับ ให้เป็น
8. ประเมินคุณค่าของการ ให้อภัย ให้สูง
9. ฟังให้มากแล้วจะได้คู่สนทนาที่ดี
10. ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง หากมีใครตำหนิ และรู้แก่ใจว่าเป็นจริง
11. หากล้มลง จงอย่ากลัวกับการลุกขึ้นใหม่
12. เมื่อเผชิญหน้ากับงานหนัก คิดเสมอว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะล้มเหลว
13.อย่าถกเกียงธุรกิจภายในลิฟต์
14.ใช้บัตรเครดิตเพื่อความสะดวก อย่าใช้เพื่อก่อหนี้สิน
15.อย่าหยิ่งหากจะกล่าว ขอโทษ
16.อย่าอายหากจะบอกใครว่า ไม่รู้
17.ระยะทางนับพันกิโลเมตร แน่นอนมันไม่ราบรื่นตลอดทาง
18.เมื่อไม่มีใครเกิดมาแล้ววิ่งได้ จึงควรทำสิ่งต่างๆอย่างค่อยเป็นค่อยไป
19.การประหยัดเป็นบ่อเกิดแห่งความร่ำรวย เป็นต้นทางแห่งความไม่ประมาท
20.คนไม่รักเงิน คือคนไม่รักชีวิต ไม่รักอนาคต
21.ยามทะเลาะกัน ผู้ที่เงียบก่อนคือผู้ที่มีการอบรมสั่งสอนที่ดี
22.ชีวิตนี้ฉันไม่เคยได้ทำงานเลยสักวัน ทุกวันเป็นวันสนุกหมด
23.จงใช้จุดแข็ง อย่าเอาชนะจุดอ่อน
24.เป็นหน้าที่ของเราที่จะพูดให้คนอื่นเข้าใจ ไม่ใช่หน้าที่ของคนอื่นที่จะทำความเข้าใจในสิ่งที่เราพูด
25.เหรียญเดียวมีสองหน้า ความสำเร็จ กับ ล้มเหลว
26.อย่าตามใจตัวเอง เรื่องยุ่งๆเกิดขึ้นล้วนตามใจตัวเองทั้งสิ้น
27.ฟันร่วงเพราะมันแข็ง ส่วนลิ้นยังอยู่เพราะมันอ่อน
28.อย่าดึงต้นกล้าให้โตไวๆ (อย่าใจร้อน)
29.ระลึกถึงความตายวันละ 3 ครั้ง ชีวิตจะมีสุข มีอภัย มีให้
30.ถ้าติดกระดุมเม็ดแรกผิด กระดุมเม็ดต่อๆไปก็ผิดหมด
31.ทุกชิ้นงานต้องกำหนดวันเวลาแล้วเสร็จ
32.จงเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด
33.ดาวและเดือนที่อยู่สูง อยากได้ต้องปีน บันไดสูง
34.มนุษย์ทุกคนมีชิ้นงานมากมายในชีวิต จงทำชิ้นงานที่สำคัญที่สุดก่อนเสมอ
35.หนังสือเป็นศูนย์รวมปัญญาของโลก จงอ่านหนังสือเดือนละเล่ม
36.ระเบียบวินัย คือ คุณสมบัติที่สำคัญในการดำเนินชีวิต